คำถาม จริงหรือไม่รถเกี่ยวข้าวไทย ทำให้เกิดนาหล่ม ?
 
คำตอบ ลุงพรมีเรื่องเล่าให้ฟังก่อนจะไปพบกับคำตอบในข้อนี้กันก่อนนะ ....

ธรรมชาติของพื้นดินท้องนาทั่วไปของเมืองไทยจะมีชั้นดาร หรือชั้นดินดารอยู่ลึกลงไปจากผิวดิน ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการที่พื้นดินถูกทิ้งตากแดดตากฝน เป็นเวลาหลายสิบปีเกิดการเปียกแห้งสลับกันจนเกิดเป็นชั้นดินดารตามธรรมชาติขึ้น
 
ประโยชน์ของชั้นดินดาร 
  1. จะทำหน้าที่เก็บกักน้ำ ปุ๋ย หรือสิ่งต่างๆ ที่ชาวนาไทยใส่ลงในนา ในการทำการเกษตรไม่ให้ซึมหายลงไปในดิน ทำให้ข้าวและพืชอื่นๆ เจริญเติบโตได้
  2. รวมถึงรองรับน้ำหนักของเครื่องจักรกลเกษตรทุกชนิดที่ลงไปทำงานในนา 
หลังจากที่มีการทำนาปรังเกิดขึ้นในรอบสามสิบปีที่ผ่านมาแล้ว จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชั้นดินดารของไทย คือ ...
  1. ในพื้นที่ทำนาปรังติดต่อกันปีละสองครั้งหรือสองปีห้าครั้งพื้นนาจะไม่มีโอกาสได้ตากหน้าดินให้แห้งเลย ดั้งนั้นผิวบนของชั้นดารจะอ่อนตัวลง
  2. เมื่อมีการไถนาโดยรถไถ รถไถจะขุดลอกชั้นดารให้ลึกลงเรื่อยๆ จึงทำให้ระยะระหว่างหน้าดินกับชั้นดารมีระยะห่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การที่ชั้นดินดารลึกลงไปเรื่อยๆ แบบนี้ จะทำให้เครื่องจักรกลการเกษตรเดิม ที่ชาวนาใช้บางชนิดไม่สามารถลงไปทำงานได้ เพราะเมื่อเครื่องจักรกลเกษตรทำงานหรือวิ่งในนา ชิ้นส่วนที่ขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นล้อ หรือตีนแทรกจะต้องสัมผัสกับชั้นดินดารก่อนจึงจะมีการเคลื่อนที่ได้ ไม่ว่าจะเดินหน้า หรือถอยหลังเมื่อชั้นดารอยู่ลึก เครื่องจักรกลเกษตรหรือเครื่องมือดังกล่าวก็จะจมลึกลงไปมาก เครื่องจักรกลเกษตรบางชนิดจะไม่สามารถทำงานได้ อาการที่ชั้นดารลึกลงไป กว่าปกตินี้เอง ชาวบ้านเรียกว่านาหล่ม
จากที่ลุงพรเล่ามาทั้งหมดนี้จะเห็นว่า รถเกี่ยวข้าวไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ชั้นดินดารลึกลงไปเลย ชั้นดินดารที่ลึกลงไปนี้เกิดจากการทำนาปรังติดต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีการตากหน้าดินให้แห้ง หรือไม่มีการพักหน้าดิน ดังนั้นการที่มีการพูดกันว่ารถเกี่ยวข้าวไทยทำให้เกิดนาหล่มนั้นจึงเป็นความเข้าใจที่ผิดๆ หมายเหตุ บทความนี้เขียนจากประสบการที่เกี่ยวข้องกับการทำนาไทยกว่า 40 ปี และจากการผลิตเครื่องจักรกลเกษตรกว่า 30 ปี 
 
              รถเกี่ยวข้าวของเกษตรพัฒนา   ***เกี่ยวได้จริง ใช้ได้จริง คืนทุนได้จริง***
ไทย