เครื่องเกี่ยวนวดข้าวเกษตรพัฒนา นวัตกรรมไทยนำไทยใช้ครองใจคนไทยมานาน 30 ป

                อาชีพเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบันถือว่ามีความก้าวหน้าในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการทำเกษตร ไม่ว่าจะด้านการดูแลรักษา หรือว่าการเก็บเกี่ยวผลิตการใช้เทคโลโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต ถือว่ามีผลดีกับตัวเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้ง่ายต่อการเกษตรมากขึ้น  ช่วยลดต้นทุนการนำเข้ามาใช้ในการเกษตร  จะต้องให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของประเทศไทย  ซึ่งตรงนี้เองที่ทำ ให้บริษัทโรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้ามามีส่วนร่วมในการประดิษฐ์เครื่องมือทางการเกษตรที่ทันสมัยและปรับปรุงให้เข้ากับสภาพพื้นที่ของประเทศไทย ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ ๆ ชนิด ของบริษัทเกษตรพัฒนาได้รับการยอมรับจากภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้ใช้จนมีชื่อเสียงกว้างไกลไปจ่างประเทศอยู่ในขณะนี้
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมงานนิตยสารเมืองไม่ผลและพืชผัก จะนำเทคโนโลยีที่ดีอย่างนี้มาให้ผู้ที่สนใจ และประกอบอาชีพการเกษตร   ได้รับรู้ถึงความสามารถของคนไทยว่าไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าชาติใด ๆ ในเรื่องของเทคโนโลยีจาก บริษัทโรงงานเกษตรพัฒนาฉะเชิงเทรา จำกัด  จังหวัด ฉะเชิงเทรา
บริษัท  โรงงานเกษตรพัฒนา  จำกัด จังหวัด ฉะเชิงเทรา  มีกรรมการผู้จัดการ  คือ  คุณเสริมศักดิ์   หยกอุบล
คุณเสริมศักดิ์  หยกอุบล  กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทเกษตรพัฒนาว่า  มีผลิตภัณฑ์ ที่ทำอยู่หลายผลิตภัณฑ์   ผลิตภัณฑ์เริ่มต้นได้แก่  เครื่องนวดข้าว  ผลิตภัณฑ์ตัวที่สองเครื่องเกี่ยวนวดข้าว ผลิตภัณฑ์ที่สามเครื่องอบเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์ที่สี่เครื่องพรวนดิน ผลิตภัณฑ์ที่ห้า ชุดปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ และผลิตภัณฑ์สุดท้ายซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาขั้นสุดท้าย ซึ่งสำเร็จลุล่วงแล้วคือเครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ของทางบริษัท กลุ่มโรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด ก่อตั้งมาแล้ว  30  ปี ในขณะนี้มีโรงงานในเครือข่าย ได้แก่ 1. บริษัทโรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา  2. บริษัทเครื่องจักรกลเกษตรไทย จำกัด จังหวัดพิษณุโลก
3. บริษัท  โรงงานเกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด จังหวัดพิษณุโลก  และ 4.  บริษัทโรงงานพัฒนาการเกษตร จำกัด จังหวัดขอนแก่น  ในขณะเดียวกันก็กำลังเปิดโรงงานที่  5 ขึ้นที่  จังหวัดสุรินทร์  ในปลายปีนี้อีก 1 โรงงาน ซึ่งก็รวมเป็น 5 โรงงานหลัก ๆ ในปัจจุบันนี้
พูดถึงผลิตภัณฑ์เริ่มต้นที่ทำขึ้น  เกษตรพัฒนาเข้าสู่เครื่องมือจักรกลเกษตรด้วยการผลิต “เครื่องนวดข้าว”  เป็นอันดับแรก  ซึ่งขณะนั้นประมาณ  ปี พ.ศ. 2521  ทำมาจนปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องเครื่องนวดข้าว   อายุครบ  30  ปี  ก็ได้  ฝากชื่อเสียงส่วนร่วมในการพัฒนาการสร้างผลิตผลทางการเกษตรมายาวนานพอสมควร  เครื่องนวดข้าวมีบทบาทในการนวดข้าว   นวดถั่วเหลือง  ถั่วเขียว  และในขณะนี้ก็นวดข้าวโพดได้ด้วย  มีส่วนในระบบของการนวดมายาวนาน
ประโยชน์หลักของเครื่องนวดข้าว  คือ ทำให้กระบวนการนวดข้าวรวดเร็ว  ประหยัดค่าใช้จ่ายลงเมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน หรือใช้เครื่องมือล้าสมัยแบบดั้งเดิม  คือจะทำให้ต้นทุนในการนวดต่ำลง  ทำให้ขั้นตอนในกระบวนการสุดท้ายของการเก็บเกี่ยวข้าวเร็วขึ้น
หลังจากที่เกษตรพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องนวดข้าวมารับใช้พี่น้องเกษตรกรชาวไทยมาเป็นเวลายาวนาน 20 กว่าปี  ก็ถึงเวลาที่ผลิตภัณฑ์จะลดบทบาทลง  เพราะว่าบริษัท เกษตรพัฒนาเองก็ได้มีการพัฒนา “เครื่องเกี่ยวนวดข้าว” ขึ้นมาทดแทน เพราะเครื่องเกี่ยวนวดข้าวมีบทบาทมากกว่าเครื่องนวดข้าว หมายถึง การเกี่ยวนวดข้าวสามารถสำเร็จได้ในกระบวนการเดียว เมื่อข้าวสามารถเก็บเกี่ยวได้  สามารถขับเครื่องเกี่ยวนวดข้าวลงไปเก็บเกี่ยวเอาเฉพาะเมล็ดข้าวขึ้นมาได้เลย  จึงทำให้ระบบการทำนาสั้นลง เพราะ ใช้แรงงานน้อยลง ใช้เวลาน้อยลงในการเก็บเกี่ยวและนวด ซึ่งทั้ง 2 กระบวนการเข้าไปอยู่ ในกระบวนการเดียวกันด้วย
ทางบริษัทฯ จึงได้พัฒนาระบบการผลิตพัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งนำผลิตภัณฑ์เครื่องเกี่ยวนวดข้าวเข้าสู่ กระบวนการในประเทศใกล้เคียง ซึ่งในขณะนี้บริษัทฯ เองก็ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศใกล้เคียง ได้แก่ อินโดจีน สีลังกา ฟิลิปปินส์ บูรไน พม่า และอีกในหลาย ๆ ประเทศใกล้เคียง รวมถึงบางส่วนได้ส่งไปรองรับตลาดในแอฟริกาใต้ ขณะนี้จำนวนผลิตภัณฑ์ที่เราส่งออกกก็เพียงพอต่อการรองรับความสามารถในการผลิตของบริษัทฯซึ่งที่เกิดขึ้นและพิสูจน์ได้ก็คือการจะส่งออกไปหลาย ๆ ประเทศได้นั้น ต้องหมายถึงว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์ต้องสูงและได้คุณภาพ  ถ้าหากผลิตภัณฑ์ไม่ดี การบริหารหลังการขายและการรับประกัน จะทำให้ไม่คุ้มค่าต่อราคาของผลิตภัณฑ์
ในตลาดการส่งออกบริษัทได้ส่งออกมาแล้วกว่า 5  ปี ได้ลงหลักปักฐานในหลาย ๆ ประเทศ จนกระทั่งในขณะนี้ได้มีส่วนแบ่งในประเทศนั้น ๆ นะดับพอสมควรจาก 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติมามหาศาลพอสมควร ในขณะเดียวกันก็พัฒนาเทคโนโลยี และ มาตรฐานให้สูงขึ้น เพื่อส่งออกและตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศโดยนำเงินตราเข้าประเทศ
ผลิตภัณฑ์เครื่องเกี่ยวนวดข้าว ประมาณ 2530 ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาคอุตสาหกกรม ดังนั้นแรงงานภาคเกษตร จึงได้ถ่ายเทเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก จนเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคเกษตร ทำให้ภาคเกษตรขาดแรงงานเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยเราจึงจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตร เพื่อมารองรับการทำงานในภาคเกษตร ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรไม่อาจที่จะเลิกอาชีพเกษตรกรรมไปได้ นี่คือช่องทางที่จะต้องพัฒนาให้ภาคเกษตรยังคงดำรงอยู่ได้ โดยมีอยู่  2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1. นำผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีเครื่องจักรกลต่างประเทศเข้ามา หรือทางเลือกที่ 2. พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ทางเลือกแรกการนำเทคโนโลยีต่างประเทศเข้ามาใช้ ถ้ามองในด้านเทคโนโลยีมีการพัฒนาที่ทันสมัย ใช้งานง่ายสะดวก มีความทนทานมีประสิทธิภาพความสามารถสูง ย่อมมีราคาสูงประมาณ 101 ล้านบาท (คิดเป็นเงินไทย ) แต่ถ้ามองในเรื่องของการใช้งาน ความคุ้มทุนของราคาเครื่องกับการใช้งาน  ความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้กับสภาพพื้นที่ของประเทศไทย และราคาผลผลิตของประเทศไปเป็นไปไดหรือไม่ ? ยกตัวอย่างการพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรภายใต้เงื่อนไขที่ประเทศในอเมริกา และยุโรป เพื่อใช้ในสภาพพื้นที่แห้งพื้นเรียบ แปลงหนึ่งมีพื้นที่ถึง 2,000 ไร่ พันธุ์พืชที่ใช้ปลูกมีลักษณะไม่สูง ประมาณ 70-80 ซม. ราคาผลผลิตตันละ 20,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่ของไทย สภาพพื้นที่เป็นกลุ่ม ๆ ดอน ๆ แปลงหนึ่งมีพื้นที่ 1-02 ไร่ พันธุ์พืชที่ปลุกสูงถึง 1-2 เมตร ราคาผลผลิตตันละ 5,000-6,000  บาท
ดังนั้นการนำผลิตภัณฑ์เครื่องจักรการเกษตรที่ออกแบบเพื่อการ ใช้งานกับพื้นที่หนึ่ง แล้วนำไปใช้กับอีกพื้นที่หนึ่ง ย่อมไม่เกิดความเหมาะสมในสภาพพื้นที่นั้น ๆ เพราะฉะนั้นการใช้เครื่องจักรกลแบบนี้จะ ให้คุ้มทุนในประเทศไทย พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากรายได้จะต่างกัน 2-4 เท่า
ประเทศไทยก็ไม่ใช่ว่าจะล้าหลังจนเกิดไปในเรื่องของเทคโนโลยี จากปี 2530 เป็นต้นมา จนขณะนี้ประเทศไทยมีเครื่องเกี่ยวข้าวขึ้นมาใช้แล้วเกือบหนึ่งหมื่นตัว ซึ่งในขณะนี้เครื่องจักรกลเกษตรที่ผลิตในประเทศไทย ก็มีสภาพการใช้งานที่เหมาะสมต่อแปลงนา สภาพผู้ใช้เครื่องรวมทั้งสภาพของผลิตด้วย
โดยเครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่บริษัท โรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด ได้จัดทำขึ้นมาได้พัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานเฉลี่ยประมาณ 5 ไร่/ชม. วันหนึ่งหากทำงานมาตรฐานทั่วไป 8 ชม. จะทำงานได้วันละ 40 ไร่ ราคา ค่าจ้างในการเก็บเกี่ยวปัจจุบันอยู่ประมาณ 500 บาท/ไร่ ค่าใช้จ่ายของเครื่องอยู่ที่ประมาณ 200 บาท/ไร่ รวมแล้วผู้รับจ้างจะได้กำราจาการว่าจ้าง 300 บาท/ไร่ วันหนึ่งทำงานได้ 40 ไร่ ก็จะได้เงินวันล่ะ 12,000 บาท เพราะฉะนั้นชื้อเครื่องในราคา 1 ล้านกว่าบาทใน 1 ปี ทำงานได้ 6 เดือน 1 เดือนทำงานได้ 25  วัน ก็จะมีรายได้เดือนละ 300,000 บาท รวมแล้วหนึ่งปีก็จะสามารถคืนทุนได้
ส่วนในเรื่องของประสิทธิภาพต่าง ๆ ของเครื่องที่บริษัทพัฒนาขึ้นมา  โดยการพัฒนาภายใต้แนวคิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อเกษตรกรรวมถึงผู้ซื้อเครื่องด้วย บริษัทให้เชิญหน่วยงานทางวิชาการ คือ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวะกรรม กรมวิชาการเกษตร มาร่วมในการทดสอบในเรื่องของประสิทธิภาพ และความสามารถ และนำข้อมูลที่ได้มาสร้างความมั่นใจให้กับบริษัท ฯ นำพาไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบสนองต่อเกษตรกรในที่สุด
การเก็บเกี่ยวผลิตด้วยแอรงงานคนกับการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าว เป็นการเก็บข้อมูลโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น มากกว่า 100 ตัวอย่างในภาคอีสานเป็นระยะเวลา 2 ปี ผลปรากฏว่าเก็บเกี่ยวโดยคนตั้งไว้ค่าแรง 200 บาท/คน/วัน ผลปรากฏว่าต้นทุน ค่าเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 1,000 บาท/ไร่ เปอร์เซ็นต์ร่วงหล่นจากทุกขั้นตอน รวมเฉลี่ยประมาณ 8%  เปรียบเทียบกับการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าว 500 บาท/ไร่ เปอร์เซ็นต์การร่วงหล่นจากทุกขั้นตอนรวมเฉลี่ยประมาณ 4% เป็นการทดสอบ และเก็บตัวอย่าง ทางวิชาการโดยละเอียด เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ได้เกิดขึ้นกับเกษตรกรโดยตรง
สุดท้ายคุณเสริมศักดิ์ จึงเรียนมาถึงพี่น้องเกษตรกรว่าเทคโนโลยีไทยเท่านั้น จึงจะเหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด การพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรกับการขายเครื่องมือทางการเกษตรของที่ดีไม่ได้หมายความว่าราคาถูก ต้องหมายความว่าเงินของการลงทุน เมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถเทียบกับประสิทธิภาพและระยะเวลาในการคืนทุน ตรงนี้คือผลิตภัณฑ์ที่ดี รวมถึงการรับประกันบริการหลังการขาย บริการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการซ่อมบำรุง และอายุการใช้งานของเครื่อง ถ้าหากทำได้อย่างนี้แล้วแน่นอนว่าต้องได้ยอมรับจากประชาชน และประสบความสำเร็จทางการตลาดมากที่สุด
ต่อไปแนวนโยบายของเครื่องเกี่ยวนวดข้าวของบริษัทโรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด จะพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมีขนาดที่หลากหลาย ราคาที่หลากหลายของประเทศไทย และกำลังออกสินค้าสู่อินโดจีน เพื่อนำประเทศไทยให้เป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องจักรกลในอนาคต

                หากท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์เครื่องเกี่ยวนวดข้าวของ บริษัท โรงงานเกษตรพัฒนา จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถติดต่อได้ที่ 29/2 หมู่ที่ 1 ถ.สุวินทวงศ์ ต.คลองนครเขื่อนเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000  โทร.(038)593-135-40   โทรสาร (038)847-272